GT

Please select your country / region

Close Window
GT SPORT Community
TH
ล่าสุดรายงานสดNations CupManufacturer Seriesปฏิทินบันทึกข้อมูล

กลับสู่รายการ

MANUFACTURER SERIES
การต่อสู้เพื่อชิงแชมป์ Manufacturer Series ประจำปี 2020 ได้มาถึงจุดไคลแม็กซ์แล้ว!
รายการแข่งขัน Manufacturer Series ประจำปี 2020 รอบ World Finals
19/12/2020

หลังจากปี 2020 ที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป แต่สุดท้ายเราก็สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้เหมือนเดิมขึ้นมาเล็กน้อย ด้วยการใช้เวทมนตร์ทางเทคโนโลยีที่ทำให้สุดยอดผู้เล่น 36 คนจากทั่วโลก สามารถมาร่วมกันแข่งขัน FIA Gran Turismo Championships Manufacturer Series รอบ World Finals ได้ในโลกเสมือน โดยผู้เข้าแข่งขันจะเป็นตัวแทนของ 12 ผู้ผลิตที่ผ่านเข้ารอบมาจากรอบการแข่งขันออนไลน์ 30 รอบก่อนหน้าในปีนี้ และก็จะรวมถึงพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการทั้ง Toyota กับ Mazda ด้วยเช่นกัน

ผู้ผลิตรถยนต์แต่ละรายจะต้องให้นักแข่ง 3 คนลงมาแข่งขัน โดยกำหนดให้ทีมจะต้องจัดตัวนักแข่งที่แตกต่างกันในแต่ละการแข่งขัน ซึ่งหมายความว่า จะไม่มีการเปลี่ยนตัวนักแข่งเหมือนปีที่แล้ว และจะให้แต้มตามลำดับการเข้าเส้นชัยก่อนหลัง รวมทั้งจะให้แต้มเป็น 2 เท่าในรอบชิงชนะเลิศ ทีมที่มีแต้มโดยรวมสูงที่สุดเมื่อจบวัน ก็จะเป็นแชมป์ Manufacturer Series ประจำปี 2020

ก่อนที่จะเริ่มการแข่งขันกันนั้น บรรยากาศก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น เพราะว่านักแข่งที่มีพรสวรรค์สูงที่สุดจากหลากหลายทีม ทำให้การแข่งครั้งนี้ยากที่จะคาดการณ์ผลลัพธ์ได้ และ Takuma Miyazono จากประเทศญี่ปุ่นที่เป็นผู้ชนะจาก "World Tour 2020 – ซิดนีย์" ก็เพิ่งได้รับชัยชนะจากการแข่งขันวันเมค GR Supra GT Cup มาสด ๆ ร้อน ๆ และได้ร่วมทีมกับ Mikail Hizal จากประเทศตุรกี (เดิมจากเยอรมนี) ที่เป็นแชมป์โลก Nations Cup ประจำปี 2019 ของทีม Subaru ส่วน Igor Fraga ชาวบราซิลที่เป็นแชมป์ Nations Cup ประจำปี 2018 ก็อยู่ในทีม Honda ที่มีความแข็งแกร่งร่วมกับ Shohei Sugimori นักแข่งชาวญี่ปุ่นและ Valerio Gallo แชมป์รายการแข่งขันออนไลน์ EMEA จากประเทศอิตาลี ส่วนในขณะเดียวกันนั้น Mercedes-Benz เองก็ได้นำเสนอผู้ชนะรายการแข่งขันออนไลน์ถึง 2 คนด้วยกันก็คือ Cody Nikola Latkovski (Australia) กับ Lucas Bonelli (บราซิล) ที่ร่วมทีมกับ Baptiste Beauvois (ฝรั่งเศส) รองชนะเลิศจาก EMEA

การแข่งขันที่ 1

สนามที่ใช้ในการแข่งขันครั้งแรกก็คือสนามซาร์ดิเนีย - โร้ดแทร็ก - A ที่มีความเร็วสูง โดยมีการกำหนดให้แต่ละทีมจะต้องใช้ยางเนื้อยางอ่อนกับยางเนื้อยางปานกลาง เป็นเวลาอย่างน้อย 1 รอบสนาม นักแข่งคนที่ลงแข่งขันให้แก่ Mercedes-Benz เป็นคนแรกก็คือ Lucas Bonelli (TGT_BONELLI) นักแข่งฟอร์มจัดจากประเทศบราซิล ผู้ที่สามารถทำเวลารอบสนามในรอบคัดเลือกเวลาได้อย่างยอดเยี่ยมคว้าลำดับออกตัวลำดับแรกไปครองสำเร็จ และทีม Mercedes-Benz ก็ได้ตัดสินใจออกตัวด้วยยางเนื้อยางปานกลาง เพราะฉะนั้นรับประกันได้เลยว่า Lucas Bonelli จะสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจาก Ford, Lamborghini และ Porsche ที่อยู่ข้างหลังที่ใช้ยางเนื้อยางอ่อนได้อย่างแน่นอน

นักแข่งชาวบราซิลของเราสามารถป้องกันการขึ้นนำได้สำเร็จในช่วงออกตัวของการแข่งขัน และเมื่อมาถึงโค้งที่ 7 Honda NSX ที่ Valerio Gallo (Williams_BRacer) จากประเทศอิตาลีเป็นผู้ขับขี่นั้น ได้แย่งลำดับที่ 4 จาก Porsche 911 RSR ของ Matt Simmons (MINT_Matt) จากประเทศออสเตรเลียได้สำเร็จ ตลอดทั้งรอบสนาม Bonelli ได้พยายามที่จะป้องกันการโจมตีจาก Tatsuhiko Kato (Tatsukt) จากประเทศญี่ปุ่นในรถ Ford GT และ Daniel Holland (MetalGear9493) จากประเทศออสเตรเลียที่ขับ Lamborghini Huracán อยู่อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะว่ายาง Michelins เนื้อยางปานกลางนั้นจะมีความเร็วที่ต่ำกว่าเนื้อยางอ่อนอยู่ที่ประมาณ 0.7 วินาทีต่อรอบสนาม

เมื่อมาถึงรอบสนามที่ 3 Ford GT ก็สามารถเอาชนะ Mercedes-Benz AMG GT3 ได้สำเร็จและขึ้นไปเป็นผู้นำโดยรวม ส่วนในขณะเดียวกันนั้น Porsche 911 RSR ก็สามารถแซงผ่าน Honda NSX ได้สำเร็จ และมาจ่อท้ายอยู่ที่กันชนหลังของ Lamborghini Huracán ส่วน Mercedes-Benz ที่มีความเร็วต่ำกว่า ก็ได้ขับขวางทั้งสนาม และ Ford GT ของ Kato ก็เริ่มฉีกตัวออกห่าง และในรอบสนามถัดมา Lamborghini ก็สามารถแซงผ่าน Mercedes-Benz ขึ้นไปได้ ทำให้ Bonelli ต้องมาสู้กับ Porsche 911 RSR ของ Simmons ที่กำลังชาร์จเข้ามาอย่างหนักหน่วง เมื่อเริ่มรอบสนามที่ 6 นักแข่งชาวบราซิลก็เข้าพิตเพื่อเปลี่ยนไปใช้ยางเนื้อยางอ่อน และด้วยการปฏิบัติตามข้อกำหนดการใช้ยางเนื้อยางปานกลางได้เรียบร้อยแล้วนั้น เขาก็วางแผนว่าจะวิ่งทั้งสนามที่เหลือด้วยยางวงนี้ที่มีความเร็วสูงกว่า

เมื่อถึงครึ่งทางของรอบสนามที่ 6 ก็เกิดการต่อสู้ชิงลำดับที่ 5 อย่างดุเดือด เพราะว่า Subaru WRX ที่ขับโดย Daniel Solis (PX7-Lamb) จากประเทศสหรัฐอเมริกากับ GT by Citroën ที่ขับโดย Andrew Brooks (PX7-Deafsun) จากประเทศแคนาดา ชาร์จเข้าหา Simon Bishop (sidawg2) จากประเทศนิวซีแลนด์ที่ขับอยู่ใน Toyota GR Supra และตีคู่ขึ้นไป 3 คันผ่านโค้งที่ 8 โดย Citroën สามารถหลุดออกมาได้เป็นคันแรก ตามมาด้วย Subaru WRX ทำให้ Bishop ต้องไปต่อสู้กับ Emily Jones (emreeree) จากประเทศออสเตรเลียที่ขับอยู่ใน Audi R8 LMS ที่เป็นนักแข่งสุภาพสตรีเพียงท่านเดียวในการแข่งขันครั้งนี้ เมื่อเริ่มรอบสนามที่ 7 รถหลายคันก็ได้มุ่งหน้าเข้าพิต ทำให้ Ford GT สามารถทิ้งห่างออกไปได้ถึง 1.7 วินาที

ในรอบสนามถัดมา นักแข่ง 2 คนที่นำหน้าขบวนอยู่คือทีม Ford กับทีม Lamborghini ได้เข้าพิตเป็นครั้งสุดท้าย ทำให้ Mercedes-Benz กลับขึ้นมานำได้อีกครั้งหนึ่ง และต่อจากนี้ก็คือการพุ่งเข้าหาเส้นชัยให้เร็วที่สุด โดยมีลำดับก่อนหลังดังนี้ Mercedes-Benz, Ford, Lamborghini, Honda, Porsche และ BMW

เมื่อมาถึงรอบสนามที่ 9 Porsche 911 RSR กับ Lamborghini Huracán ก็ตีคู่กันขึ้นมาและมีการเฉี่ยวชนกันนิดหน่อย เพราะว่านักแข่งทั้งคู่ไม่มีใครยอมใครเลยแม้แต่นิ้วเดียว

Holland ที่ขับ Lamborghini อยู่นั้น ก็สามารถปิดทางเพื่อนร่วมชาติได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ว่า Simmons ไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะอ่อนข้อให้ และไล่ตามติดเหมือนยุงไล่กินเลือดเลยทีเดียว และก็มี BMW M6 GT3 ของ Coque López (Williams_Coque14) ที่ใช้ยางเนื้อยางอ่อนมาร่วมวงด้วย โดยขับขึ้นมาตีคู่ไปกับ 911 RSR และจากนั้นก็เกิดภัยพิบัติกับทีม Porsche เพราะว่า Simmons สูญเสียการควบคุมรถของตนเองหมุนออกจากทางวิ่ง (RACE1_05) อีกวินาทีต่อมา Brooks ก็ตามไป หมุน GT by Citroën หลุดออกจากทางวิ่งไปอีกคัน

เมื่อมาถึงรอบสนามที่ 12 Mercedes-Benz AMG GT3 ก็ได้นำเพิ่มขึ้นไปเป็น 4 วินาที ปล่อยให้ Ford GT กับ Honda NSX ต่อสู้กันเองเพื่อแย่งชิงที่ 2 ซึ่งก็ได้ต่อสู้กันในสไตล์ที่ดุเดือดจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโค้งใดก็ตาม Gallo พยายามที่จะเบรก Honda NSX ให้ได้ดีกว่าเพื่อขึ้นหน้า Ford GT ไปให้ได้ แต่ Kato ก็ปิดทางไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ยอมให้สไตล์การขับรถอันดุเดือดของนักแข่งชาวอิตาลีคนนี้ มาข่มขู่คุกคามตนเองได้ และในขณะเดียวกันเองนั้น ก็มีการต่อสู้กันอย่างเข้มข้นเพื่อชิงที่ 4 เพราะว่า BMW M6 GT3 ของ López เริ่มขึ้นมาหลอกหลอน Lamborghini Huracán ของ Holland แล้ว

และในขณะที่ Bonelli ได้นำพา Mercedes-Benz AMG GT3 วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่ง Gallo ก็ใช้กลเม็ดทุกอย่างที่ตนเองมีเพื่อหาทางวิ่งผ่านขึ้นหน้า Kato ให้ได้ แต่ว่าไม่มีเวลากับรอบสนามเหลือแล้ว ก็เลยทำให้ Ford GT สามารถเก็บอันดับที่ 2 ไปได้นำหน้า Honda NSX

อันดับ ผู้ผลิต / นักแข่ง เวลา
1 Mercedes-Benz Lucas Bonelli 25:21.922
2 Ford Tatsuhiko Kato +06.910
3 Honda Valerio Gallo +06.994
4 BMW Coque López +11.210
5 Lamborghini Daniel Holland +10.013
6 Subaru Daniel Solis +13.490
7 Toyota Simon Bishop +14.249
8 Audi Emily Jones +16.969
9 Volkswagen Donovan Parker +17.798
10 Mazda Fabian Portilla +17.804
11 Porsche Matt Simmons +18.031
12 Citroën Andrew Brooks +25.672

การแข่งขันที่ 2

การแข่งขันครั้งนี้จะไม่เหมือนกับปีที่แล้ว ซึ่งก็คือลำดับการเข้าเส้นชัยก่อนหลังของการแข่งขันแรกจะไม่ใช่ตัวตัดสินลำดับก่อนหลังการออกตัว แต่จะตัดสินกันด้วยช่วงทดสอบจับเวลาคัดเลือกแยกออกมาต่างหาก และคนที่อยู่หัวแถวของการแข่งขัน 17 รอบสนามเร้ดบูล ริงอันโด่งดังในเมืองชปีลแบร์ก ประเทศออสเตรียก็คือ Toyota GR Supra ที่ขับโดย Adriano Carrazza (KoA_Didico15) นักแข่งชาวบราซิล และแถวหน้าคนถัดมาก็คือ Alonso Regalado (TX3_jara) จากประเทศเปรูที่ขับ GT by Citroën ซึ่งได้ตัดสินใจที่จะเริ่มออกตัวด้วยยางเนื้อยางอ่อนเช่นเดียวกับ Carrazza โดยคาดหวังว่าจะสามารถทิ้งห่างขบวนที่เหลือได้ทั้งหมด ที่ทุกคันเริ่มต้นออกตัวด้วยยางเนื้อยางปานกลาง

และเมื่อธงเขียวโบกสะบัด ดราม่าบังเกิดทันทีในช่วงกลางขบวน เพราะ Lamborghini Huracán ที่ขับโดย Manuel Troncoso (MATE_mata-boy) จากประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถแซง BMW M6 GT3 ของ Randall Haywood (TX3_Originals) ของเพื่อนร่วมชาติขึ้นหน้าไปได้ และแอ็กชันก็เริ่มเข้มข้นยิ่งขึ้นในรอบสนามที่ 2 ตอนที่ Haywood ตัดสินใจว่าจะต้องขับอย่างดุดันแล้ว และได้วิ่งในไลน์ที่เรียกได้ว่ามีความเสี่ยงเข้าไปยังโค้งที่ 2 ที่มีชื่อว่าเรมุส และก็สำเร็จเพราะว่าสามารถพุ่งผ่านหน้าทั้ง Mercedes-Benz AMG GT3 ของ Cody Nikola Latkovski (Nik_Makozi) ชาวออสเตรเลียกับ Huracán ขึ้นไปได้เมื่อออกจากโค้ง

ในขณะที่รถยนต์กลางขบวนกับท้ายขบวนกำลังต่อสู้กันเพื่อชิงตำแหน่งนั้น หัวขบวนสำคัญของทีม Toyota, Citroën และ Subaru ก็ทิ้งห่างขบวนออกไป 2.5 วินาที

ในรอบสนามที่ 4 ก็มีการต่อสู้กันอย่างดุเดือดระหว่าง Porsche 911 RSR ของ Tristan Bayless (roadbeef) จากประเทศสหรัฐอเมริกา Honda NSX ของ Shohei Sugimori (s-shohei_) จากประเทศญี่ปุ่น Volkswagen Beetle ของ Soma Iseri (Arrow71sr) เพื่อนร่วมชาติชาวญี่ปุ่น และ Mazda RX-Vision GT3 ของ Jay Wong (FSR_DB007) ชาวออสเตรเลีย รถทั้ง 4 คันได้มีการปะทะกันเป็นบางครั้งในขณะที่พยายามแซงซึ่งกันและกัน เมื่อมาถึงรอบสนามที่ 6 รถยนต์ที่นำขบวนอยู่ 2 คันซึ่งก็คือ ทีม Toyota กับทีม Citroën ต่างก็ใช้งานยางเนื้อยางอ่อนด้วยกันทั้งคู่ และได้ทิ้งห่าง Subaru WRX ของ Takuma Miyazono (Kerokkuma_ej20) ที่ใช้ยางในยางปานกลางขึ้นไปถึง 4 วินาที

ในรอบสนามถัดมา รถแข่งก็ได้มุ่งหน้าเข้าพิตกันเป็นขบวน ซึ่งรวมถึง Subaru WRX ของ Miyazono กับ BMW M6 ของ Haywood ด้วย เพื่อเปลี่ยนจากยางเนื้อยางปานกลางไปใช้เนื้อยางอ่อน โดยคาดหวังว่าจะใช้ยางชุดนี้จนถึงเส้นชัย และก็มีรถเข้าเลนพิตเพิ่มมากขึ้นอีกในรอบสนามถัดมา ซึ่งก็รวมถึง Regalado ลำดับที่ 2 ที่ขับ GT by Citroën เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดใช้ยางเนื้อยางปานกลาง และในรอบสนามถัดมา Carrazza ที่กำลังนำขบวนอยู่ใน Toyota นั้นก็เข้าพิต พร้อมกับมีฉนวนเวลาอยู่ถึง 14.0 วินาที ทำให้สามารถกลับลงมาในสนามแข่งพร้อมกับยังครองลำดับที่ 1 ไว้ได้เหนือ GT by Citroën

ในขณะนี้ก็เหลืออีกแค่เพียง 7 รอบสนามเท่านั้น คำถามก็คือ Miyazono ที่ใช้ยางเนื้อยางอ่อนจะสามารถไล่ตามหัวขบวนที่ใช้ยางเนื้อยางปานกลางที่ช้ากว่าได้หรือไม่? ซึ่งคำตอบครึ่งหนึ่งก็เผยตัวออกมาในรอบสนามที่ 12 เพราะ Subaru WRX สามารถแซง GT by Citroën ขึ้นไปอยู่ในลำดับที่ 2 ได้ ถึงแม้ว่า Miyazono ยังจำเป็นจะต้องไล่จับ Carrazza ให้ทันอยู่ก็ตาม นักแข่งชาวบราซิลก็ไม่ยอมปล่อยให้รอดไปได้ง่าย ๆ พร้อมกับรีดพลังของ Supra ออกมาอย่างหนักหน่วงทุกหยดที่สามารถทำได้จากยาง Michelins เนื้อยางปานกลาง เมื่อมาถึงรอบสนามที่ 14 Mercedes-Benz AMG GT3 ของ Latkovski ก็สามารถแซง BMW M6 GT3 ของ Haywood ได้สำเร็จ เป็นการขับขี่ที่เรียกได้ว่ากล้าหาญมาก ขึ้นมาอยู่ที่ 4

เมื่อถึงเวลานี้ Subaru WRX ก็ขับขึ้นมาจ่อกันชนท้ายของ Toyota GR Supra (RACE2_05) แล้ว และหาช่องทางที่จะแซงขึ้นไปได้เมื่อมีโอกาส

Miyazono ได้ท้าทาย Carrazza ทุกโค้ง แต่ว่านักแข่งชาวบราซิลของเราก็สามารถปิดช่องไว้ได้สำเร็จ จนกระทั่งถึงโค้งสุดท้ายของรอบสนามสุดท้าย Miyazono ได้ขับขี่อย่างกล้าหาญนำ WRX ของตัวเองเบียดผ่านขึ้นหน้า Toyota ไปได้ และเก็บชัยชนะภายใต้ธงหมากรุกได้สำเร็จ

โดยชัยชนะในครั้งนี้ได้ทำให้ Subaru เก็บแต้มรวมไปได้ 17 แต้ม มีโอกาสที่ดีมากในการเก็บชัยชนะ Manufacturer Series ได้เป็นครั้งแรก แต่ว่าทีมที่กำลังนำอยู่ก็คือ Mercedes-Benz ที่มี 19 แต้มหลังจาก Latkovski สามารถเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 4 ได้อย่างน่าทึ่ง

อันดับ ผู้ผลิต / นักแข่ง เวลา
1 Subaru Takuma Miyazono 25:26.650
2 Toyota Adriano Carrazza +00.153
3 Citroën Alonso Regalado +02.221
4 Mercedes-Benz Cody Nikola Latkovski +02.310
5 BMW Randall Haywood +02.589
6 Lamborghini Manuel Troncoso +03.367
7 Audi Vinicius Neto +06.527
8 Porsche Tristan Bayless +09.430
9 Volkswagen Soma Iseri +11.835
10 Ford Adam Wilk +15.814
11 Mazda Jay Wong +21.145
12 Honda Shohei Sugimori +24.052

รอบชิงชนะเลิศ

การแข่งขันรอบสุดท้ายของวันเป็นการนำเสนออดีตแชมป์โลก 2 คนที่ขับเคี่ยวกันอยู่ ซึ่งก็คือ Igor Fraga (IOF_RACING17) จากประเทศบราซิล และ Mikail Hizal (TRL_MH16) จากประเทศตุรกี แต่ว่าแรงกดดันก็ตกอยู่กับ Hizal เพราะว่าได้รับหน้าที่มาให้รับช่วงต่อ Daniel Solis จากสหรัฐอเมริกาที่มีผลงานอย่างดีในการแข่งขันที่ 1 (เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 6) กับสืบต่อชัยชนะของ Takuma Miyazono เพื่อทำให้ทีม Subaru เป็นแชมป์

โดยรอบชิงชนะเลิศนั้น จะแข่งกันเป็นจำนวน 30 รอบสนามในสนามออโต้โดรโม่ เดอ อินเตอร์ลากอสที่ขึ้นชื่อว่ายาก และตอนนี้มี Nicolás Rubilar (FT_NicoR) จากประเทศชิลีนั่งรอออกตัวอยู่เป็นลำดับแรกใน BMW M6 GT3 พร้อมกับ Honda NSX ของ Fraga ทั้งคู่เลือกที่จะเริ่มการแข่งขันด้วยยางเนื้อยางอ่อน โดยมี Porsche 911 RSR ของ Angel Inostroza (YASHEAT_Loyrot) จากประเทศชิลีอยู่ในลำดับที่ 3 และ Mercedes-Benz AMG GT3 ที่ขับโดย Baptiste Beauvois (PRiMA_TsuTsu) จากประเทศฝรั่งเศสอยู่ในลำดับที่ 4 ใช้ยางเนื้อยางปานกลาง ส่วนที่เหลือในขบวน ซึ่งรวมถึง Hizal อยู่ในลำดับที่ 5 ที่ขับ Subaru WRX ก็เริ่มออกตัวด้วยยางเนื้อยางแข็ง โดยมีจุดประสงค์ว่าจะใช้ยางชุดนี้เพียงแค่รอบสนามเดียว

หลังจากการออกตัวอย่างขาวสะอาด ขบวนรถก็ขับเป็นแถวเดียว ไม่พยายามที่จะทำอะไรสุ่มเสี่ยงเกินไปในช่วงต้นการแข่งขัน เมื่อมาถึงรอบสนามที่ 2 Mazda RX-Vision GT3 ที่ขับโดย Ryota Kokubun (Akagi_1942mi) นักแข่งชาวญี่ปุ่น ก็สามารถแซง Subaru ของ Hizal ขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 5 ได้ แต่ว่าที่สามารถทำได้ก็เพราะว่านักแข่งชาวตุรกีได้ตั้งใจว่าจะเล่นเกมยาวต่างหาก จากนั้นก็เป็นไปตามคาด BMW กับ Honda เริ่มทิ้งขบวนที่ใช้ยางที่มีความเร็วต่ำกว่าออกไป และเมื่อถึงรอบสนามที่ 5 ก็สามารถทิ้งห่างได้ถึง 4 วินาที

แอ็กชันเริ่มมีความเข้มข้นในรอบสนามที่ 7 เพราะว่า Lamborghini Huracán ที่ขับโดย Thomas Scibilia (R8G_SpideeR) จากประเทศฝรั่งเศสได้แซง Ford GT ของ Ádám Tápai (TRL_ADAM18) นักแข่งชาวฮังการีขึ้นไปได้ในโค้งที่ 3 และเมื่อสิ้นสุดรอบสนามนี้ Rubilar ก็ได้ขับ BMW M6 GT3 ของตนเองมุ่งหน้าเข้าพิต เพื่อเปลี่ยนไปใช้ยางเนื้อยางอ่อนอีกชุด ซึ่งในรอบสนามถัดมา Fraga ก็ได้ขับ Honda NSX ของตนเองเข้าพิตเช่นกัน และใช้แผนการเดียวกันกับ Rubilar ซึ่งก็คือใช้ยางเนื้อยางอ่อน

และในตอนนี้ก็มาถึง 1 ใน 3 ของการแข่งขันแล้ว ซึ่งในรอบสนามที่ 10 มีลำดับการวิ่งดังนี้ เริ่มต้นด้วยทีม BMW ตามมาด้วยทีม Porsche ที่ยังไม่ได้เข้าพิต Honda และ Mercedes-Benz แต่ว่าลำดับก่อนหลังนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอีกหลายครั้งก่อนที่จะสิ้นสุดการแข่งขัน และเมื่อมาถึงรอบสนามที่ 12 Fraga ก็ตัดสินใจที่จะต้องออกโรง กวด Honda NSX ของตัวเองแซงขึ้นหน้า Porsche 911 RSR ของ Inostroza ในโค้งที่ 1 และยึดลำดับที่ 2 ไปได้ พร้อมกับหาทางลดการนำอยู่ 4.2 วินาทีของ BMW

หลังจากที่ Porsche เข้าพิตในรอบสนามที่ 13 ก็กลับมาลงสนามอยู่ในลำดับที่ 3 โดยในตอนนี้มี BMW กับ Honda นำหัวขบวนอยู่ ตัวในขณะเดียวกันนั้น Hizal ก็ไล่กวดด้วย WRX ทุกอย่างที่มี สามารถแซงผ่าน Mazda RX-Vision GT3 ไปได้ที่ความเร็ว 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ช่วงทางตรงด้านหน้าสามารถยึดลำดับที่ 4 มาได้ และทำให้ข้างหน้าเป็นทางโล่ง จึงเริ่มลดระยะห่างระหว่าง WRX ของตนเอง ที่ใช้ยาง Michelins เนื้อยางอ่อนซึ่งได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดการเปลี่ยนยางเรียบร้อยแล้ว กับ Porsche 911 RSR ของ Inostroza ที่อยู่ในลำดับที่ 3 ส่วนในรอบถัดมาเราก็ได้เห็น Rubilar นำ BMW เข้าพิต เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดการใช้ยางเนื้อยางปานกลาง และถึงแม้ว่าจะลงกลับสนามมาอยู่ในระดับที่ 1 ก็ตาม แต่ Porsche 911 RSR, Honda NSX และ Subaru WRX ที่ทุกคันใช้ยาง Michelins เนื้อยางอ่อนที่ทำความเร็วได้สูงกว่านั้น ก็ไล่ตามประชิดมาติด ๆ แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ Fraga ยังเลือกที่จะไม่เข้าพิต

เมื่อมาถึงรอบสนามที่ 20 Koki Mizuno (Gori_R4ichi) จากประเทศญี่ปุ่นก็นำพา GT by Citroën ของตนเองแซงผ่าน Mercedes-Benz AMG GT3 ของ Beauvois ที่กำลังจะหาทางปิดฉากการแข่งขันด้วยการเก็บชัยชนะให้แก่บริษัทรถสัญชาติเยอรมันนี้ และจากนั้น Subaru ก็ได้เข้าพิตเป็นครั้งสุดท้าย และใช้ยางเนื้อยางอ่อนอีกครั้งหนึ่ง โดยมีจุดมุ่งหมายว่าจะใช้ยางชุดนี้ไปจนจบการแข่งขัน Hizal กลับลงมาในการแข่งขันอยู่ในลำดับที่ 6 และจะต้องหาทางช่องว่างระหว่างหัวขบวนกับตนเองที่มีระยะเวลาถึง 16 วินาทีให้ได้ภายใน 10 รอบสนาม แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีรถที่ขวางทางอยู่อีกหลายคันยังจำเป็นจะต้องเข้าพิตอยู่ เพราะฉะนั้นโอกาสของ Hizal ก็ยังเรียกได้ว่ามีความไม่แน่ชัด
เมื่อมาถึงรอบสนามที่ 22 Fraga ที่ขับ Honda NSX ก็สามารถแซง Porsche 911 RSR ของ Inostroza ไปได้อย่างนุ่มนวลที่ช่วงทางตรงด้านหน้ายึดลำดับที่ 2 ไปครอง และถึงแม้ว่า Fraga กำลังพุ่งเป้าไปที่ BMW ของ Rubilar ที่กำลังนำหัวขบวนอยู่นั้น Hizal เองก็ได้ทำเวลาในรอบสนามได้เร็วขึ้นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนในขณะนี้ขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 4 แล้ว

และในรอบสนามที่ 24 เราก็ได้เห็นการรำลึกความหลังกันเล็กน้อยเพราะว่า NSX ของ Fraga ออกจากพิตลงมาอยู่ข้าง ๆ Subaru WRX ของ Hizal ทำให้อดีตแชมป์โลกทั้งสองคนต้องต่อสู้กันตลอดทั้งช่วงระยะทางครึ่งแรกของสนาม ตีคู่หน้ากระดานเข้าพร้อมกันหลายโค้ง ทำให้มีการสับเปลี่ยนลำดับกันไปอยู่บ้างบางครั้ง

ถึงแม้ว่า Subaru จะเป็นรถที่สังเกตเห็นได้เลยว่าเร็วที่สุดในสนามก็ตามเนื่องจากใช้ยางที่เกาะถนนได้ดีกว่า แต่ถึงกระนั้น Hizal ก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะแซง Fraga หลังจากที่ BMW ของ Rubilar เข้าพิต เพราะรู้ดีว่านักแข่งชาวบราซิลยังจำเป็นจะต้องเข้าพิตเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดการใช้ยางเนื้อยางแข็งอยู่ และเมื่อถึงรอบสนามสุดท้ายของการแข่งขัน Fraga ก็เข้าพิต ทำให้ทีม Honda ร่วงลงมาอยู่ลำดับที่ 4 ปิดโอกาสลุ้นแชมป์ไปโดยปริยาย และก็ทำให้ Hizal สามารถขับรถเข้าเส้นชัยเข้าไปก่อน BMW M6 GT3 ของ Rubilar กับ Porsche 911 RSR ของ Inostroza ได้อย่างสบาย ๆ ถึง 4 วินาที

ถ้วยคะแนนรวมทั้งหมด 41 แต้ม Daniel Solis, Takuma Miyazono และ Mikail Hizal ก็ได้เก็บแชมป์ Manufacturer Series ครั้งแรกให้แก่ Subaru ได้สำเร็จ ส่วนอันดับที่ 2 ก็คือทีม BMW ที่มีคะแนนรวม 36 แต้ม และทีม Mercedes-Benz ที่ 3 ที่มีคะแนนรวม 31 แต้ม

Hizal ได้กล่าวหลังจากจบการแข่งขันว่า “ผมคิดว่านี่เป็นการส่งท้ายปี 2020 ที่ดีครับ ตอนแรกผมก็กลัวเล็กน้อยหลังจากรอบจับเวลาคัดลำดับ เพราะว่าผมพลาดอย่างหนักที่โค้งสุดท้าย ทำให้ผมหล่นลงไปอยู่ในลำดับที่ 5 แต่ว่าผมก็ปฏิบัติตามกลยุทธ์การเข้าพิตของเรา แล้วก็เพ่งสมาธิไปที่การแข่งขันเพียงอย่างเดียว ส่วน Daniel กับ Miyazono-san ก็คอยแจ้งข้อมูลให้ผมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นผ่านทางวิทยุสื่อสารของทีม ก็ช่วยได้เยอะเลยครับ นี่คือการทำงานเป็นทีมอย่างยอดเยี่ยมครับ”

Miyazono กล่าว: “ผมคิดว่าคนอื่นเรียกผมว่าเป็นยอดนักยุทธศาสตร์ แต่คราวนี้นะครับ Mikail กับ Daniel ต่างหากที่เป็นคนวางแผนการนี้ เพราะฉะนั้นนี่ไม่ใช่ชัยชนะของคนคนเดียวครับผม นี่คือชัยชนะของทั้งทีม ผมมีความสุขกับผลการแข่งขันมากเลยครับ”

ส่วน Solis ที่ตอนนี้มีอารมณ์ล้นเปี่ยมได้กล่าวว่า “ผมเครียดตลอดทั้งการแข่งขันครั้งแรกเลยครับผม ผมคิดว่าทุ่มเต็มที่ได้ที่ 10 ก็น่าจะโชคดีแล้ว แต่ว่าผมรู้สึกมีความสุขสุด ๆ จริง ๆ ครับที่ทำผลงานได้ดีและเข้าเส้นชัยเป็นที่ 6 ทำให้เพื่อนร่วมทีมของผมรับไม้ต่อได้อย่างไม่ยากน่ะครับ”

อันดับ ผู้ผลิต / นักแข่ง เวลา
1 Subaru Mikail Hizal 45:57.400
2 BMW Nicolás Rubilar +04.326
3 Porsche Angel Inostroza +08.747
4 Honda Igor Fraga +09.627
5 Mercedes-Benz Baptiste Beauvois +12.370
6 Mazda Ryota Kokubun +12.409
7 Citroën Koki Mizuno +12.499
8 Ford Ádám Tápai +14.057
9 Volkswagen Nicolás Romero Díaz +17.287
10 Toyota Tomoaki Yamanaka +18.725
11 Audi Manuel Rodríguez +22.828
12 Lamborghini Thomas Scibilia +29.041

รายการแข่งขัน Manufacturer Series ประจำปี 2020 รอบ World Finals

อันดับ ผู้ผลิต / นักแข่ง แต้ม World Tours การแข่งที่ 1 การแข่งที่ 2 รอบชิงชนะเลิศ คะแนนรวม
1 Subaru Mikail Hizal / Takuma Miyazono / Daniel Solis 0 5 12 24 41
2 BMW Nicolás Rubilar / Randall Haywood / Coque López 3 7 6 20 36
3 Mercedes-Benz Baptiste Beauvois / Cody Nikola Latkovski / Lucas Bonelli 0 12 7 12 31
4 Honda Igor Fraga / Shohei Sugimori / Valerio Gallo 0 8 0 14 22
5 Porsche Angel Inostroza / Tristan Bayless / Matt Simmons 2 0 3 16 21
6 Ford Ádám Tápai / Adam Wilk / Tatsuhiko Kato 0 10 1 6 17
7 Citroën Koki Mizuno / Alonso Regalado / Andrew Brooks 0 0 8 8 16
8 Toyota Tomoaki Yamanaka / Adriano Carrazza / Simon Bishop 0 4 10 2 16
9 Mazda Ryota Kokubun / Jay Wong / Fabian Portilla 0 1 0 10 11
10 Lamborghini Thomas Scibilia / Manuel Troncoso / Daniel Holland 0 6 5 0 11
11 Volkswagen Nicolás Romero Díaz / Soma Iseri / Donovan Parker 0 2 2 4 8
12 Audi Manuel Rodríguez / Vinicius Neto / Emily Jones 0 3 4 0 7
FIA GT Championships 2020 | Manufacturers Series | World Finals | รอบสุดท้าย
นี่คือบททดสอบของการทำงานเป็นทีมของผู้ผลิตแต่ละรายอย่างที่ไม่...

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

การแข่งขันอันดุเดือดและการเข้าเส้นชัยที่คาดไม่ถึง ทั้งหมดเริ่มกันตั้งแต่วันแรกของการแข่งขัน
ภาวะระบาดหนักได้ส่งผลกระทบต่อทุกท่านในปีนี้ และถึงแม้ว่าในขณ...
NATIONS CUP
22/11/2020
การแข่งขันภูมิภาครอบสุดท้ายที่เชือดเฉือนกันแบบปลายจมูก ที่ Adriano Carrazza คว้าชัยเป็นแชมป์ภูมิภาคสำเร็จ
ถึงแม้ว่าจะเกิดความยากลำบากไปทั่วโลกเนื่องมาจากภาวะระบาดหนัก...
NATIONS CUP
30/11/2020
ภูมิภาครอบสุดท้ายเอเชีย-โอเชียเนียคือเวทีให้แก้มือสำหรับ Miyazono กับ Latkovski!
หลังจากรอบแชมเปี้ยนชิปที่น่าตื่นเต้นในภูมิภาคยุโรป/ตะวันออกก...
NATIONS CUP
06/12/2020

กลับสู่รายการ